ผมได้ลองเลือกสายพันธุ์พืชกินแมลงที่ชอบความเย็น เนื่องจากสภาพอากาศที่นี่เป็นสภาพอากาศที่ไม่สามารถหาได้ในประเทศไทย จึงต้องลองดูความแตกต่างระหว่างการปลูกที่นี่กับการปลูกในไทย
ต้นแรกที่ผมเลือกมาปลูกคือ Darlingtonia carlifonica เนื่องจากเป็นต้นที่ขึ้นชื่อว่าปลูกยากที่สุดในประเทศไทย ผมได้ลองซื้อมาปลูกสองต้น (ต้นใหญ่ และต้นเล็ก)
ต่อมาคือ Pinguicula moctezumea
Drosera adelae
Nepenthes ramispina
Dioneae muscipula (Cup Trap)
Drosera filiformis
ผมตั้งต้นไม้ทั้งหมดไว้ข้างหน้าต่าง (windowsill cultivation) ให้ได้รับแสงแดดช่วงเช้า (หันทางทิศตะวันออก) อุณหภูมิช่วงนี้ (หน้าร้อน) คือประมาณ 25 - 30 องศาในเวลากลางวัน และ 20 - 25 องศาในเวลากลางคืน
ต้นไม้ทุกต้น (ยกเว้น D filiformis) ปลูกด้วยสแฟกนั่มมอสสด ในตอนแรก ผมหล่อน้ำทุกกระถางโดยไม่ได้ควบคุมความชื้น ปรากฏว่าความชื้นต่ำเกินไป โดยสังเกตจาก sphagnum moss ที่แห้งอย่างรวดเร็ว และหยาดน้ำค้างที่ไม่ผลิตหลาด ผมจึงควบคุมความชื้นโดยการซื้อ reptile terrarium มาใช้ โดยเป็นกล่องพลาสติกใส มีฝาปิดด้านบน (ส่วน D filiformis ใช้เป็นขวดน้ำอัดลมขนาดใหญ่คลุมแทน) เห็นได้ชัดว่าต้นไม้มีการเติบโตที่ดีขึ้นมา (เปรียบเทียบกับภาพด้านบน)
Darlingtonia californica ต้นเล็กเจริญเติบโตได้ดี ในขณะที่ต้นใหญ่ยังค่อนข้างจะโตช้า และใบใหม่ที่ออกมาไหม้ไปก่อน (คาดว่าเป็นปัญหาที่ระบบรากได้รับการกระทบกระเทือนมากจากการขนส่ง)
Drosera adelae ใบไหม้ค่อนข้างมาก และใบที่ออกใหม่มีขนาดเล็กลง แต่แตกหน่อออกมาค่อนข้างมากแทน
Dioneae muscipula (Cup Trap) โตค่อนข้างช้า (โตช้ากว่ามอส) ทำให้ถูกมอสบังแสงแดด อาจทำให้ได้รับแดดไม่พอ
ส่วนต้นที่เหลือเติบโตตามปกติ
No comments:
Post a Comment