Welcome

ยินดีต้อนรับผู้ชื่นชอบในไม้กินแมลงทุกท่านสู่โลกของไม้กินแมลง หากท่านเข้ามาเป็นครั้งแรกกรุณาอ่านหัวข้อในบทนำก่อนครับ

Saturday, November 12, 2011

CPs Update November 2011

มาอัพเดตสภาพของต้นไม้ประจำเดือนครับ ตอนนี้ผมปรับระบบการปลูกเป็นใช้แสงจากโคมไฟตลอด เป็นเวลา 16 ชั่วโมงต่อวัน แต่ยังคงหล่อน้ำเหมือนเดิม นอกจากนี้ผมยังเปลี่ยนเครื่องปลูกเป็น sphagnum moss red ด้วยเนื่องจาก sphagnum moss ชุดเก่าเสียชีวิตไปหมดแล้ว
1. Darlingtonia carlifornica (small)
ต้นนี้เติบโตได้ดี ในสภาพอากาศที่นี่ (ประมาณ 15-20 C) พอให้ไฟมากขึ้นทำให้ตอนนี้กับดักที่ออกมาใหม่มีสีแดงสวยขึ้นมาก



2. Darlingtonia carlifornica (large)
ต้นนี้ยังฟื้นจากการกระทบกระเทือนทางรากไม่สมบูรณ์ แต่ตอนนี้อาการดีขึ้นมากแล้ว สังเกตได้จากใบใหม่มีขนาดใหญ่ขึ้น (ถึงแม้ยังไม่ใหญ่เท่าของเดิม และเริ่มผลัดใบเก่าทิ้ง)

3. Pinguicula moctezumae
ต้นนี้กำลังออกดอก แต่สิ่งที่สังเกตได้อย่างหนึ่งคือผลัดใบเร็วขึ้นมาก ตอนนี้มีใบสีเขียวอยู่เพียงสี่ใบเท่านั้น (ใบหนึ่งมีอายุประมาณหนึ่งสัปดาห์)



4. Dioneae muscipula
ต้นนี้กำลังออกสีแดงสด เนื่องจากได้รับแสงมากขึ้น ก้านใบมีความยาวน้อยลง



5. Heliamphora puchella
ต้นใหม่ที่เพิ่งได้รับมา เริ่มฟื้นจากการขนส่ง สีเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง



6. Nepenthes ramispina
ต้นนี้ใบเปลี่ยนเป็นสีแดง หลังจากได้รับแสงมากขึ้น แต่หม้อมีขนาดเล็กลง คาดว่าเป็นผลมาจากความชื้นที่น้อยลง









Thursday, November 10, 2011

ไม้กินแมลงในต่างแดน (มิถุนายน - สิงหาคม 2554)

ถึงแม้จะเดินทางมาพำนักที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ไม้กินแมลงยังคงเป็นสิ่งสำคัญประการหนึ่งที่ขาดไม่ได้ เมื่อผมได้ที่อยู่เป็นหลักแหล่ง แล้วจึงเริ่มลงมือปลูกต้นไม้กินแมลงอีกครั้งหนึ่ง 
ผมได้ลองเลือกสายพันธุ์พืชกินแมลงที่ชอบความเย็น เนื่องจากสภาพอากาศที่นี่เป็นสภาพอากาศที่ไม่สามารถหาได้ในประเทศไทย จึงต้องลองดูความแตกต่างระหว่างการปลูกที่นี่กับการปลูกในไทย
ต้นแรกที่ผมเลือกมาปลูกคือ Darlingtonia carlifonica เนื่องจากเป็นต้นที่ขึ้นชื่อว่าปลูกยากที่สุดในประเทศไทย ผมได้ลองซื้อมาปลูกสองต้น (ต้นใหญ่ และต้นเล็ก)

ต่อมาคือ Pinguicula moctezumea 
Drosera adelae
Nepenthes ramispina
Dioneae muscipula (Cup Trap)
Drosera filiformis

ผมตั้งต้นไม้ทั้งหมดไว้ข้างหน้าต่าง (windowsill cultivation) ให้ได้รับแสงแดดช่วงเช้า (หันทางทิศตะวันออก) อุณหภูมิช่วงนี้ (หน้าร้อน) คือประมาณ 25 - 30 องศาในเวลากลางวัน และ 20 - 25 องศาในเวลากลางคืน 
ต้นไม้ทุกต้น (ยกเว้น D filiformis) ปลูกด้วยสแฟกนั่มมอสสด ในตอนแรก ผมหล่อน้ำทุกกระถางโดยไม่ได้ควบคุมความชื้น ปรากฏว่าความชื้นต่ำเกินไป โดยสังเกตจาก sphagnum moss ที่แห้งอย่างรวดเร็ว และหยาดน้ำค้างที่ไม่ผลิตหลาด ผมจึงควบคุมความชื้นโดยการซื้อ reptile terrarium มาใช้ โดยเป็นกล่องพลาสติกใส มีฝาปิดด้านบน (ส่วน D filiformis ใช้เป็นขวดน้ำอัดลมขนาดใหญ่คลุมแทน) เห็นได้ชัดว่าต้นไม้มีการเติบโตที่ดีขึ้นมา (เปรียบเทียบกับภาพด้านบน) 
 

Darlingtonia californica ต้นเล็กเจริญเติบโตได้ดี ในขณะที่ต้นใหญ่ยังค่อนข้างจะโตช้า และใบใหม่ที่ออกมาไหม้ไปก่อน (คาดว่าเป็นปัญหาที่ระบบรากได้รับการกระทบกระเทือนมากจากการขนส่ง)

Drosera adelae ใบไหม้ค่อนข้างมาก และใบที่ออกใหม่มีขนาดเล็กลง แต่แตกหน่อออกมาค่อนข้างมากแทน


Dioneae muscipula (Cup Trap) โตค่อนข้างช้า (โตช้ากว่ามอส) ทำให้ถูกมอสบังแสงแดด อาจทำให้ได้รับแดดไม่พอ

ส่วนต้นที่เหลือเติบโตตามปกติ


Blog Update

หลังจากห่างหายไปนานเป็นเวลากว่าครึ่งปี ผมได้มีเวลาว่างกลับมาเขียนบล็อกนี้ต่ออีกครั้ง
     ก่อนอื่นต้องขอแจ้งใ้ทราบถึงเหตุผลที่ห่างหายจากการอัพเดตไปนาน เนื่องจากผมได้เดินทางมาศึกษาต่อยังประเทศสหรัฐอเมริกา ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาผมต้องเตรียมตัวกับการเดินทาง และต้องปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ ทำให้ไม่มีเวลามาเขียนบล็อกนี้ 
     ตอนนี้ทุกอย่างเริ่มกลับมาเป็นปกติ ผมเริ่มชินกับการใช้ชีวิตที่นี่ จึงสามารถปลีกตัวมาเขียนบล็อกนี้ต่ออีกครั้งหนึ่ง 
    ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ยังเฝ้าติดตามเรื่อยมาครับ