Welcome

ยินดีต้อนรับผู้ชื่นชอบในไม้กินแมลงทุกท่านสู่โลกของไม้กินแมลง หากท่านเข้ามาเป็นครั้งแรกกรุณาอ่านหัวข้อในบทนำก่อนครับ

Monday, November 29, 2010

การปลูก Aldrovanda

การปลูก Aldrovanda อาจไม่ยากอย่างที่คิด หากสามารถทำตามปัจจัยสำคัญได้ครบทุกประการ วิธีการปลูกมีดังนี้
1. เมื่อได้รับ Aldrovanda แล้วให้ใส่ลงไปในบ่อที่เตรียมไว้
2. หากสามารถเคลื่อนย้ายบ่อได้ ให้นำบ่อไปวางไว้ในที่มีแสงแดดส่อง100%ถึง อย่างน้อย 3 ชั่วโมงต่อวัน
3. หมั่นเปลี่ียนน้ำอย่างน้อยทุกเดือน (เปลี่ยนน้ำ แล้วให้เปลี่ยนเศษใบไม้ใหม่ยกชุด) และคอยตรวจสอบสภาพต้นไม้อยู่เสมอ

การตรวจสอบต้นไม้ว่าอยู่ในสภาพดีหรือไม่ พร้อมทั้งวิธีการแก้ไข ให้ตรวจสอบดังต่อไปนี้
1. ดูว่ามีตะไคร่ขึ้นหรือไม่ ตะไคร่มักจะขึ้นจากส่วนโคนต้น แล้วไล่มาจนถึงยอด หากตะไคร่ยังไม่ลามมาจนถึงยอด ให้ตัดส่วนที่ตะไคร่ขึ้นทิ้งไป แล้วเปลี่ยนน้ำทันที
2. ดูที่ยอดว่ามีลักษณะดังนี้หรือไม่
- ยอดต้องชูขึ้น ไม่ตกจมลง
- ยอดต้องฟูไปด้วยใบใหม่ ยอดที่ไม่แข็งแรงจะมีใบใหม่ขึ้นมาแบบไม่ฟู ให้สังเกตจากรูป
3. ดูที่กาบ ต้นไม้ที่แข็งแรงจะมีกาบขนาดใหญ่ เหมือนในรูปตามอินเทอร์เนตต่างๆ แต่ต้นที่ไม่แข็งแรง บางครั้งจะไม่ออกกาบเลย หรือาจจะมีกาบขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับขนาดใบ
4. ดูที่ความยาวของปล้อง ต้นที่แข็งแรงจะมีปล้องสั้นมาก สังเกตจากใบแต่ละวงจะห่างกันมาก ส่วนต้นที่ไม่แข็งแรงจะมีปล้องยาว
ปัญหาในข้อ 2-4 ให้รีบเปลี่ยนน้ำ และใช้น้ำที่มีเศษใบไม้ใหม่ทันที (ปัญหาเรื่องยอดมักเกิดจากการที่ขาดสาร tanin ในน้ำ)

ภาพข้างต้น แสดงภาพ aldrovanda ที่ไม่แข็งแรงอย่างมาก มีลักษณะดังนี้
1. ยอดไม่ชูขึ้น และไม่ฟู
2. ไม่มีกาบเลย
3. ปล้องยาวมาก
4. ตะไคร่ขึ้น

ภาพข้างต้นทั้งสอง แสดง aldrovanda ที่แข็งแรง มีลักษณะดังนี้
1. ยอดฟู และชูขึ้น
2. มีกาบขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับใบ
3. ปล้องสั้น
4. ไม่มีตะไคร่ขึ้น

ต้นที่ไม่แข็งแรง มักจะโตอย่างรวดเร็วในช่วงแรก และมีขนาดต้นยาวมาก (ปล้องยาวมาก) แต่ยอดจะเริ่มฝ่อลงเรื่อยๆ และตายลงในที่สุด

Sunday, November 28, 2010

การเตรียมบ่อ Aldrovanda

Aldrovanda เป็นพืชน้ำ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องใช้กระถาง แต่ต้องใช้บ่อแทน บ่อที่ดีที่สุดสำหรับพืชชนิดนี้คือ บ่อดินตามธรรมชาติ แต่บ่อลักษณะเช่นนี้หาได้ลำบากในกรุงเทพ หากบ้านของคุณมีพื้นที่มาก อาจใช้บ่อขนาดใหญ่ได้ ข้อดีของบ่อขนาดใหญ่คือมีพื้นที่หน้าตัดให้ aldrovanda แผ่ออกไปได้กว้าง และมีอุณหภูมิที่คงที่แม้จะอยู่ท่ามกลางแดดจัด
อย่างไรก็ตามหากคุณไม่มีพื้นที่มากขนาดสร้างบ่อได้ เราแนะนำให้คุณใช้ขวดน้ำ 6 ลิตรมาประยุกต์ใช้ เพื่อเป็นการประหยัดทั้งพื้นที่ และค่าใช้จ่าย การเตรียมขวดน้ำทำดังนี้
1. ตัดขวดน้ำตามแนวยาวให้เปิดออกด้านหนึ่งดังรูป
(อย่าใช้การตัดครึ่งตามแนวดิ่ง เพราะจะทำให้มีพื้นที่ผิวน้ำน้อยกว่า ระลึกไว้เสมอว่า Aldrovanda เป็นพืชผิวน้ำ)
2. เจาะรูที่ด้านข้างให้ต่ำจากระดับขอบประมาณ 1 นิ้ว เพื่อไว้ให้น้ำรั่วออกในกรณีที่ฝนตก จนน้ำล้น
(คุณอาจไม่เห็นความสำคัญของรูนี้จนวันที่ฝนตกหนัก)

เพียงแค่นี้ขวดน้ำของคุณก็พร้อม ต่อไป คือการเตรียมเศษใบไม้ คุณอาจใช้เศษใบไม้ในสวนหลังบ้านของคุณ หรือเศษใบหม้อข้าวหม้อกงลิงก็ได้ แต่เศษใบไม้เหล่านี้มักมีประสิทธิภาพไม่ดีเท่าไรนัก เราแนะนำให้คุณใช้ใบของพืชใบเลี้ยงเดี่ยวจะเหมาะสมที่สุด (เพราะมี tannin มาก) ใบที่เราพบว่ามีประสิทธิภาพสูงสุดคือ ต้นกก ดังรูปด้านล่าง

การเตรียมเศษใบไม้ทำดังนี้
1. นำเศษใบไม้แช่น้ำให้ท่วมมิด แล้วนำไปไว้กลางแดดแรง ให้น้ำร้อน
2. เปลี่ยนน้ำทุกวันวันละครั้ง
3. ทำเช่นนี้เป็นเวลา 3 วัน
เพียงเท่านี้เศษใบไม้จะพร้อมใช้งาน (หากคุณสงสัยว่าทำไมต้องทำตามขั้นตอนข้างต้น คุณอาจลองละเลยขั้นตอนนี้ แล้วลองดูผลที่เกิดขึ้นเอง)
เมื่อได้เศษใบไม้แล้วให้นำไปแช่ลงในบ่อของคุณ เศษใบไม้บางอันอาจยังมีอากาศหลงเหลือ แล้วลอยขึ้น ให้ใช้ก้อนหินมาทับไว้ให้จม ดังรูป

ปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลาประมาณ 3-7 วัน คุณจะพบว่าน้ำเปลี่ยนเป็นสีชา นั่นแสดงว่าบ่อของคุณพร้อมลง Aldrovanda แล้ว
หากคุณตั้งใจอ่าน จะพบว่าขั้นตอนการเตรียมนั้นยุ่งยาก และใช้เวลาถึง 1 สัปดาห์ ดังนั้นขอให้ระลึกไว้เสมอว่าการปลูก Aldrovanda อาจไม่ง่ายอย่างที่คิดไว้ และการเตรียมตัวที่ไม่ดีอาจทำให้ต้นไม้คุณตายได้อย่างรวดเร็ว

Let's Plant Aldrovanda


คุณเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับพืชกินแมลงในน้ำมาก่อนหรือไม่?
โลกของพืชกินแมลงนั้นกว้างใหญ่กว่าที่หลายท่านคาดคะเนไว้ พืชกินแมลงได้อาศัยอยู่ในพื้นที่หลากหลายรูปแบบ ไม่เพียงแต่เฉพาะบนบกเท่านั้น แม้แต่ในน้ำเอง แมลงทั้งหลายก็ไม่สามารถรอดพ้นจากพืชเพชรฆาตเหล่านี้ไปได้
พืชกินแมลงในน้ำที่สำคัญมีอยู่ 2 Genera ด้วยกัน นั่นคือ Utricularia และ Aldrovanda ซึ่งพืชกินแมลงทั้งสองชนิดนี้มีลักษณะที่แตกต่างกันหลายประการ ซึ่งในบทความนี้จะขอพูดถึงเฉพาะ Aldrovanda ก่อนเท่านั้น
หลายท่านอาจเคยได้ยินชื่อ Aldrovanda มาก่อนบ้างแล้ว อย่างไรก็ตามพืชกินแมลงสายพันธุ์นี้ยังไม่เป็นที่แพร่หลายนักในประเทศไทย Aldrovanda มีชื่อเสียงมากในฐานะกาบหอยแครงในน้ำ เนื่องจากกับดักของ Aldrovanda มีลักษณะเหมือนกับดักของกาบหอยแครง นั่นคือจะเป็นกาบ 2 อันที่จะประกบกันทันทีเมื่อมีเหยื่อมากระตุ้นปลายรับสัมผัสภายในกับดัก อย่างไรก็ตามกับดักของพืชทั้งสองชนิดนี้ยังมีความต่างกันเล็กน้อย
กาบหอยแครง Aldrovanda
1. มี 3 ปลายสัมผัสต่อ 1 กาบ 1. มีปลายสัมผัสจำนวนมาก
2. กาบหุบเมื่อสัมผัส 2 ครั้ง 2. ไม่มีความแน่นอนในการหุบ
3. หุบอย่างช้าๆ 3. หุบรวดเร็วกว่ากาบหอยแครงมาก

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมอาจหาอ่านได้จากเวบไซต์ทั่วไป โดยใช้ Google ช่วยค้นหาได้อย่างง่ายดาย
Aldrovanda เป็นพืชกินแมลงที่สามารถปลูกเลี้ยงได้ภายในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม การปลูกพืชชนิดนี้มีปัจจัยสำคัญหลายประการที่ไม่สามารถละเลยได้ และการขาดปัจจัยเหล่านี้จะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ต้นไม้ของคุณตายได้
หลักการปลูก Aldrovanda ที่สำคัญมีดังนี้
1. Aldrovanda ชอบน้ำสะอาด หากน้ำสกปรกอาจตายได้ในเวลาอันสั้น
2. Aldrovanda ขึ้นในน้ำที่มีเศษใบไม้มากๆ เนื่องจากต้องการสาร tannin จากเศษใบไม้
3. Aldrovanda ชอบแสง และอุณหภูมิประมาณ 25-30 องศาเซลเซียส
หากคุณสามารถทำหลักการสำคัญทั้ง 3 ข้อข้างต้นได้ครบ Aldrovanda ของคุณจะแข็งแรง และเติบโตอย่างรวดเร็ว สวยงาม

Friday, November 26, 2010

การปลูกไม้ป่า 2

ขั้นต่อมาที่ยุ่งยากสำหรับการปลูกไม้ป่าคือการลงปลูก และปรับสภาพ ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
1. ตัดใบออกให้หมด เหลือไว้เฉพาะ 5 ใบนับจากยอดเท่านั้นที่ตัดเหลือครึ่งใบ ดังรูปที่ 5.1
รูปที่ 5.1 แสดงไม้ที่ตัดแต่งใบแล้ว

รูปที่ 5.2 แสดงใบและหม้อของต้นที่ตัดทิ้งแล้ว

2. นำไม้ที่แต่งใบแล้วลงปลูกในกระถาง และเครื่องปลูกตามปกติ จากนั้นนำกระถางใส่ถุงพลาสติก และมัดปากถุงไว้เป็นเวลา 1-2 สัปดาห์
3. ทำการนำออกจากถุง (ให้อ่านในการปรับสภาพไม้ล้างรากแบบพิเศษ: http://carnivorouscollector.blogspot.com/2010/11/blog-post_25.html)

ไม้ป่าหลังจากปรับสภาพเสร็จจนนำออกจากถุงได้แล้ว ขนาดหม้อ และใบจะเล็กลงอย่างมาก และในแรกๆที่ออกจากถุงจะไม่ติดหม้อ ซึ่งไม่ต้องตกใจ ไม้จะปรับสภาพได้ภายใน 2-3 ใบใหม่

การปลูกไม้ป่า 1


ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนว่า การเขียนบทความนี้ไม่มีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนการเก็บไม้จากป่าแต่อย่างใด แต่ทั้งนี้เพราะผู้เขียนได้พบว่า ในบางครั้งการเก็บไม้ป่าเองก็มีประโยชน์เช่นกัน นั่นคือในบางพื้นที่ที่มีการรางป่าเพื่อทำการปลูกยาง การเก็บไม้กินแมลงออกมาเป็นการดีกับสายพันธุ์นั้นๆ ในการป้องกันการสูญพันธุ์(ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ N truncata black และ N clipeata)
การปลูกไม้ป่านั้นอาจยุ่งยากกว่าการปลูกไม้ล้างรากทั่วไปมาก เนื่องจากสภาพในป่าและในเมืองแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง จึงขอแนะนำการปลูกดังนี้ (สำหรับหม้อข้าวหม้อแกงลิง)

ไม้ป่ามันจะมาในรูปของไม้ล้างราก ดังรูปที่ 4.1
ภาพที่ 4.1 แสดงลักษณะไม้ป่าล้างราก

ลักษณะสำคัญของไม้ป่าจะมีดังนี้่
1. ใบมักจะไม่เท่ากัน และมีจุดสีแดงๆ
2. หม้อจะมีขนาดใหญ่ และสมบูรณ์มาก
ปัญหาสำคัญของไม้ป่า คือความชื้น เนื่องจากในป่ามีความชื้นมากกว่าในเมืองมาก ไม้ป่าจึงไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพในเมืองได้ทันที
ไม้ป่าจะมีความแข็งแรง และทนมาก ดังนั้นจึงสามารถเก็บไว้ หรือเดินทางได้นานโดยไม่ต้องลงปลูก
การเก็บไม้ป่าที่ถูกต้อง คือให้แช่น้ำไว้ให้ท่วมราก แต่ไม่ท่วมยอด ทางเราแนะนำให้ใช้จานรองขนาดใหญ่ ใส่น้ำ ดังภาพที่ 4.2 จากนั้นให้นำถุงพลาสติกใบใหญ่มาคลุมไว้อีกทีหนึ่ง
ภาพที่ 4.2 แสดงการรักษาไม้ป่า
ไม้ป่าสามารถเก็บได้ประมาณ 1-2 สัปดาห์โดยไม่ต้องลงปลูก ส่วนการขนส่งไม้ป่า มักจะใช้ถุงพลาสติก มัดปากถุงแน่นในการขนส่ง

Thursday, November 25, 2010

การปรับสภาพไม้ล้างราก

ปัญหาสำคัญของไม้ล้างรากคือการปรับสภาพ เนื่องจากไม้ล้างรากอาจมีปัญหาเรื่องการช็อกเนื่องจากความชื้น โดยเฉพาะหม้อข้าวหม้อแกงลิงที่มีความอ่อนไหวต่อความชื้นมาก
การสังเกตอาการผิดปกติของไม้ล้างรากให้ดูที่ใบ จะมีอาการเหี่ยวอย่างรุนแรง โดยเฉพาะยอดจะเห็นได้ชัดเจน อาจลองใช้มือจับดูเบาๆ (ระวังไม้ช้ำ) ใบจะอ่อนนิ่ม และไม่ตั้งขึ้น อาการมักปรากฏภายใน 24 ชั่วโมงนับจากลงปลูก
เมื่อไม้มีอาการข้างต้น แสดงว่าต้องได้รับการปรับสภาพอย่างเร่งด่วน หากปล่อยไว้นานเกิน 24 ชั่วโมง ไม้จะตายได้ โดยสังเกตจากลำต้นจะเปลี่ยนเป็นสีดำไล่จากทางราก ขึ้นไปถึงยอด ถ้ายอดดำเมื่อไหร่ก็ทิ้งได้เลยครับ
วิธีการปรับสภาพมีดังนี้
1. นำต้นไม้ใส่ถุงพลาสติกทั้งกระถาง โดยเลือกถุงทรงสูง แล้วมัดถุงให้แน่น วางไว้ที่มีแสง แต่ไม่โดนแดด
2. ต้นไม้จะฟื้นกลับมามีสภาพเดิมใน 24 ชั่วโมง หากไม่ฟื้นก็หมดหวัง
3. ถ้าไม้ฟื้นใน 24 ชั่วโมง ให้เปิดปากถุงออกเล็กน้อย แล้วรอดูอาการภายใน 24 ชั่วโมง ถ้าไม่เหี่ยวจึงเปิดปากถุงมากขึ้นเป็นลำดับไป ถ้าเหี่ยวให้ไปทำตามขั้นตอนพิเศษด้านล่าง
4. เปิดปากถุงออกให้สุด แต่ยังวางกระถางไว้ในถุง ประมาณ 1 สัปดาห์แล้วจึงนำต้นไม้ออกจากถุง
5. วางกระถางไว้ในที่ร่ม 1 สัปดาห์ แล้วจึงนำออกแดดตามปกติ
ภาพที่3.1 แสดงต้นไม้ในถุงที่ตัดแต่งใบแล้ว
ขั้นตอนพิเศษ กรณีไม้อาการหนัก
1. ปิดปากถุงให้สนิทไว้เป็นเวลา 1-2 สัปดาห์
2. เจาะรูที่ถุงขนาดเล็กประมาณปลอดดูดไข่มุก 3 รูห่างกัน
3. ทำข้อ 2. ซ้ำทุกสัปดาห์เป็นเวลา 3 สัปดาห์ แล้วจึงเจาะรูขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อย
4. หลังจากนั้น 1 สัปดาห์ เพิ่มความถี่เป็น 3 วันครั้ง
5. หลังจากเจาะรูจนถุงพรุนให้ทำตามขั้นตอนปกติที่ 3 ต่อ
ภาพที่ 3.2 แสดงต้นไม้ในถุงพลาสติก
ภาพที่ 3.3 แสดงถุงที่เปิดปากถุงไว้


สำหรับหม้อข้าวหม้อแกงลิง อาจใช้เทคนิคตัดใบทิ้งครึ่งใบ จะช่วยให้ปรับสภาพได้เร็วขึ้นมาก

การลงปลูกไม้ล้างราก

การลงปลูกไม้ล้างรากนั้นเหมือนกับไม้ธรรมดาทั่วไป
ขั้นตอนสำคัญในการลงปลูกไม้ล้างรากมีดังนี้
1. นำไม้ออกจากถุงพลาสติกที่ใส่ไว้ แล้วค่อยๆคลายกระดาษทิชชูออก
อย่าใช้วิธีการฉีกเพราะจะทำให้รากขาดได้
2. ขั้นตอนนี้อาจข้ามไปได้ ไม่ได้มีความจำเป็นเท่าไรนัก เรายังไม่พบความแตกต่างระหว่างการทำตาม และไม่ทำตามขั้นตอนนี้
แช่ต้นไม้ลงในน้ำยาสำหรับพืชล้างราก ซึ่งทางเราได้ใช้ B1 Tonic ตามรูปที่ 2.1 โดยผสมตามที่เขียนไว้ข้างขวด และแช่เป็นเวลาครึ่งชั่วโมง
3. ลงปลูกในเครื่องปลูกที่เหมาะสมกับพืชแต่ละชนิดซึ่งแตกต่างกันออกไป
4. นำไปวางไว้ในที่มีแสง แต่ไม่โดนแดด ระวังเรื่องอุณหภูมิที่สูงเกินไป
5. หากต้นไม้มีอาการเหี่ยวภายใน 24 ชั่วโมง ให้รีบนำต้นไม้ใส่ถุงพลาสติก และมัดปากถุงให้แน่น
จากนั้นทำตามหัวข้อการปรับสภาพไม้ต่อไป


Wednesday, November 24, 2010

การขนส่งไม้ล้างราก

ภาพที่1.1 แสดงลักษณะไม้ล้างราก

การดูแลไม้ล้างรากอาจเป็นเรื่องที่ยากลำบากสำหรับนักปลูกมือใหม่ อย่างไรก็ตามการเลี้ยงไม้ล้างรากนั้นทำได้ไม่ยากหากคำนึงถึงหลักสำคัญครบถ้วน
ก่อนอื่นขอระบุข้อดีของไม้ล้างรากก่อน ไม้ล้างรากขนส่งสะดวก ปลอดภัย และประหยัดค่าส่งกว่าการส่งไม้ในรูปแบบอื่นๆมาก ดังนั้นการส่งไม้แบบล้างรากจึงเป็นที่นิยมสำหรับร้านขายพืชกินแมลงที่มีชื่อเสียงต่างๆ
การดูแลไม้ล้างรากทมีขั้นตอนต่างๆแยกออกเป็นหัวข้อใหญ่ๆดังนี้
1. การขนส่ง
2. การลงปลูก
3. การปรับสภาพ

ในวันนี้จะขอพูดถึงหัวข้อการขนส่งก่อน
ไม้ล้างรากมีวิธีการขนส่งคือต้องหุ้มรากของต้นไม้ไว้ด้วยวัสดุที่เปียกชื้นเสมอ เช่นกระดาษทิชชู หรือสแฟกนั่มมอส หากขาดวัสดุเปียกชื้นห่อหุ้มราก ต้นไม้อาจตายระหว่างการขนส่งได้

ภาพที่ 1.2 แสดงการห่อหุ้มต้นไม้ล้างรากด้วยกระดาษทิชชู

หลังจากห่อด้วยกระดาษทิชชูแล้วจึงใส่ในถุงพลาสติกอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งเราแนะนำให้ใช้ถุงซิปเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
เมื่อได้รับไม้ล้างรากแล้ว ควรลงปลูกให้เร็วที่สุดเพื่อให้ไม้ฟื้นตัวได้เร็ว แต่ในบางครั้งท่านอาจไม่มีเวลามากพอที่จะปลูกไม้ทั้งหมดได้ในวันที่ได้รับมา การเก็บรักษาไม้ล้างรากคือ ให้เก็บไว้ในลักษณะเดิมที่ได้รับมาโดยหลีกเลี่ยงความร้อน แล้วจึงค่อยนำลงปลูกในวันต่อไป
ไม่ควรเก็บไม้ล้างรากไว้เกิน 1 สัปดาห์หลังจากการถอนออกจากกระถาง (ไม่ใช่วันที่ได้รับ) เพราะไม้อาจตายก่อนได้

Tuesday, November 23, 2010

Let's Start!!



เรามาเริ่มด้วยการทำความรู้จักกับไม้กินแมลงกันก่อน
ไม้กินแมลงคือต้นไม้ที่มีลักษณะเฉพาะคือมีใบที่พัฒนาไปสำหรับการจับแมลง เพื่อเป็นอาหารได้
(ขอย้ำว่าเป็นใบนะครับที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ใช่ส่วนอื่น แม้แต่ Utricularia หรือ Genlisea เองก็เป็นส่วนของใบใต้ดิน) ไม้กินแมลงที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในประเทศไทยคือหม้อข้าวหม้อแกงลิง (แต่สำหรับทั่วโลกจะเป็นกาบหอยแครง) เนื่องจากหม้อข้าวหม้อแกงลิงเป็นไม้เขตร้อน ทำให้เหมาะสมกับภูมิอากาศประเทศไทย และสามารถปลูกได้อย่างดี
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมอาจอ่านได้จาก

Monday, November 22, 2010

Welcome to Prince of Pentacle CPs Collection


ยินดีต้อนรับสู่บล็อกของ Prince of Pentacle
บล็อกนี้ได้รวบรวมความรู้ต่างๆเกี่ยวกับไม้กินแมลง ตั้งแต่สายพันธุ์ ไปจนถึงวิธีการปลูก ซึ่งข้อมูลทั้งหมดในบล็อกนี้ผู้เขียนเป็นผู้เรียบเรียงขึ้นเองทั้งสิ้น โดยอาศัยประสบการณ์การปลูกไม้กินแมลงอันยาวนาน
เป้าหมายในการเขียนบล็อกนี้คือเพื่อให้ความรู้แก่ผู้ชื่นชอบไม้กินแมลงทุกท่านให้สามารถนำไปปรับใช้ และปลูกพืชกินแมลงได้ตามประสงค์
อนึ่งการนำบทความหรือรูปภาพใดๆในบล็อกนี้ไปอ้าง ผู้เขียนขอให้ใส่แหล่งอ้างอิงที่ถูกต้องด้วย และหากผู้อ่านต้องการติดต่อผู้เขียน หรือต้องการลงโฆษณา ให้ติดต่อทาง tonmai_3@hotmail.com ผู้เขียนยินดีรับฟังทุกคำติชมครับ

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม